[Review] รีวิว iPhone 6s/6s Plus – ถึงหน้าตาจะเหมือนเดิม แต่ก็ไม่เหมือนเดิมนะ

 14 พฤศจิกายน 2015, 18:12 น.
 หมวดหมู่: Review
 

news3

 

หลังจาก Apple เริ่มวางจำหน่าย iPhone 6s ในไทยไปเมื่อวันที่ 30 ตุลาคมที่ผ่านเป็นที่เรียบร้อยแล้ว หลายคนคงจะได้เป็นเจ้าของกันแล้ว แต่หลายคนอาจจะยังตัดสินใจอยู่ จะซื้อดีไหม? แตกต่างจาก iPhone เดิมแค่ไหน?? ฟังก์ชั่นที่เพิ่มเข้ามาใหม่จะใช้งานได้จริงแค่ไหน???

วันนี้เราจะมารีวิว iPhone 6s/6s Plus ให้ได้อ่านกันครับ แต่รูปส่วนใหญ่จะเป็น iPhone 6s Plus นะครับ ^ ^

เท้าความกันซักเล็กน้อย ตั้งแต่ปีที่ผ่านมา Apple ได้เปลี่ยนมาเปิดตัว iPhone รุ่นใหม่ 2 ขนาดหน้าจอคือ iPhone 6 และ iPhone 6 Plus ซึ่งสองรุ่นนี้ก็มีความแตกต่างหลักๆ อยู่ที่ขนาดของหน้าจอ ซึ่ง iPhone 6 จะมีขนาดอยู่จออยู่ที่ 4.7 นิ้ว ส่วน iPhone 6s Plus จะมีขนาดหน้าจออยู่ที่ 5.5 นิ้ว

มาในปีนี้ Apple ได้เปิดตัว iPhone 6s และ iPhone 6s Plus โดยหน้าตาตัวเครื่องและหน้าจอมีขนาดเหมือนเดิม แต่มีการปรับปรุงส่วนต่างๆ ทั้งภายนอกและภายในหลายต่อหลายจุดด้วยกัน รวมถึงมีสีใหม่เพิ่มเข้ามาอีกสีด้วยคือสีชมพู Rose Gold โดยเครื่องที่นำมารีวิวในวันนี้จะเป็น iPhone 6s และ iPhone 6s Plus สีเทา Space Grey ครับ

 

แกะกล่องกันก่อน

สำหรับ iPhone 6s ในปีนี้มาในตีมของปลากัดครับ ซึ่งกล่องของ iPhone 6s ก็ยังมาในแนวเรียบๆ เช่นเคย แต่จะมีลายปลากัดอยู่ที่หน้ากล่องด้วย แต่ละสีก็จะได้สีของปลากัดหน้ากล่องที่ต่างกันออกไป

เมื่อเปิดกล่องออกมา ข้างในจะเหมือนกันกับกล่อง iPhone รุ่นที่ผ่านๆ มา คือจะมีตัวเครื่องวางอยู่ด้านบน ที่ถาดวางเครื่องมีเจาะรูสำหรับกล้องเช่นเคย (iPhone 6 และ 6s กล้องจะนูนกว่าตัวเครื่องเล็กน้อย)

Processed with VSCOcam with a6 preset

ถัดลงไปอีกชั้นจะเป็นคู่มือพร้อมที่ถอดถาดซิม, สายชาร์จ Lightning ความยาว 1 เมตร, อแดปเตอร์สำหรับเสียบชาร์จ และหูฟัง EarPods ครับ ทั้งหมดในกล่องจะมีประมาณนี้

Processed with VSCOcam with a6 preset

มาดูตัวเครื่องกันต่อ

ถึงแม้ว่าหน้าตาตัวเครื่อง iPhone 6s จะดูเหมือนกับ iPhone 6 จนต่อให้เอามาวางข้างกันก็ยังแยกกันไม่ค่อยจะออก แต่จริงๆ แล้ว iPhone 6s มีจุดที่ปรับปรุงใหม่หลายจุดมากๆ ครับ เรามาดูกันว่าภายนอกของ iPhone 6s เปลี่ยนไปจากเดิมตรงไหนบ้าง

Processed with VSCOcam with a6 preset

ซ้าย iPhone 6s Plus ขวา iPhone 6s (ต้องขอออกตัวก่อนว่าทั้ง 2 เครื่องนี้ผ่านการติดฟิล์มมาแล้ว ดังนั้นภาพที่ถ่ายออกมาพื้นผิวและการสะท้อนต่างๆ อาจจะไม่เหมือนเครื่องที่ยังไม่ติดฟิล์มนะครับ)

ด้านหน้าเป็นกระจกพร้อมขอบโค้งให้รับกับรอยต่อด้านข้าง บริเวณปุ่มโฮม จะเป็นปุ่มโฮมที่มาพร้อมกับ Touch ID สีของวงแหวนรอบปุ่มโฮมจะขึ้นอยู่กับสีเครื่องที่เลือกเหมือนกับรุ่นที่แล้ว แต่สิ่งที่เพิ่มเข้ามาคือหน้าจอแบบใหม่ที่เป็น 3d touch สามารถแยกแยะแรงในการกดได้ ซึ่งเป็นพระเอกของ iPhone 6s เลย

Processed with VSCOcam with a6 preset

ด้านซ้ายของตัวเครื่องจะเป็นปุ่ม Volume ไว้ปรับเพิ่ม/ลดเสียง ถัดไปด้านบนจะเป็นสวิตช์สำหรับเปิด/ปิดโหมดสั่น

Processed with VSCOcam with a6 preset

ด้านขวาของตัวเครื่องจะเป็นปุ่ม Sleep/Wake พร้อมช่องสำหรับใส่ซิมครับ

 

Processed with VSCOcam with a6 preset

ด้านบนของตัวเครื่องจะเป็นเรียบๆ ไม่มีช่องใดๆ ส่วนด้านล่างจะมีช่องสำหรับเสียบหูฟัง/ไมค์โครโฟน/พอร์ท Lightning และลำโพงตามลำดับ

Processed with VSCOcam with a6 preset

ด้านหลังก็จะยังคงเหมือนกับรุ่นที่แล้วคือเป็นอลูมิเนียมชิ้นเดียวกันกับด้านข้าง แต่ตัวอลูมิเนียมชิ้นนี้ได้เปลี่ยนวัสดุมาใช้เป็นอลูมิเนียมซีรี่ 7000 ที่แข็งแรงขึ้นกว่าเดิม เว็บเมืองนอกได้ทำการทดสอบแล้วก็พอว่าอลูมิเนียมตัวนี้แข็งขึ้นกว่าเดิมหลายเท่าที่เดียวครับ น่าจะหมดปัญหาเครื่องงอถ้าเผลอนั่งทับกันแล้ว

ที่ด้านหลังของตัวเครื่องยังมาพร้อมกับเส้นเสาอากาศเช่นเคย กล้องหลังตัวนี้ได้มีการเปลี่ยนใหม่ให้มีความละเอียดมากขึ้นกว่าเดิมจาก 8 ล้านพิกเซลเป็น 12 ล้านพิกเซล

Processed with VSCOcam with a6 preset

ถ้าสังเกตบริเวณใต้คำว่า iPhone ใน iPhone 6s จะเพิ่มสัญลักษณ์ S เข้ามา และตัดเลขอีมี่ออก โดยเลขอีมี่ของ iPhone 6s จะถูกย้ายไปอยู่บริเวณถาดใส่ซิมแทน

นอกจากนี้ขนาดตัวเครื่องได้มีการเปลี่ยนแปลงไปด้วยเล็กน้อยนะครับ โดย iPhone 6s และ iPhone 6s Plus จะหนาขึ้นและใหญ่ขึ้นกว่าเดิมเล็กน้อย (เล็กน้อยมากๆ เพิ่มขึ้นด้านละประมาณ 0.1-0.2 มิลลิเมตร) เท่าที่ลองถือดูพบว่าความรู้สึกไม่ต่างจากเดิมมากครับ บางคนอาจจะไม่รู้สึกถึงความต่างเลยก็ได้

Processed with VSCOcam with a6 preset

ซ้าย iPhone 6s ขวา iPhone 6s Plus

ส่วนเคสต่างๆ เท่าที่ลองสำรวจมาส่วนใหญ่จะใช้ร่วมกับ iPhone 6/6 Plus เดิมได้หมดครับ แต่อย่างไรก็ตามสำหรับเคส iPhone 6/iPhone 6 Plus ที่พอดีเครื่องมากลองสอบถามข้อมูลก่อนซื้อเคสอีกทีก็ดีครับ

หลังจากที่เราดูตัวเครื่องกันแล้ว ต่อมาเรามาดูความสามารถใหม่ๆ ของ iPhone 6s กันบ้างครับ อย่างแรกเลยคือหน้าจอ 3d touch ครับ

3d Touch คืออะไร?

ปกติหน้าจอของ iPhone รุ่นแรกจนถึง iPhone 6 จะเป็นแบบ Multi Touch ที่สามารถแตะได้หลายจุดบนหน้าจอพร้อมกัน แต่ว่าเครื่องจะรับรู้ได้แค่ว่าแตะที่ตำแหน่งไหนของหน้าจอ แต่สำหรับ iPhone 6s นอกจากจะรู้ว่าแตะที่ตำแหน่งไหนของจอแล้ว ยังสามารถรับรู้แรงในการกดหน้าจอได้

Processed with VSCOcam with a6 preset

และเมื่อเครื่องสามารถแยกแรงกดหน้าจอได้แล้ว ทำให้สามารถเพิ่มลูกเล่นใหม่ๆ ในการใช้งานได้ โดย Apple ได้ใส่ลูกเล่น Peek and Pop ซึ่งช่วยให้เราสามารถกดดูตัวอย่างสิ่งต่างๆ ก่อน ก่อนที่เราจะเปิดเข้าไปจริงๆ ได้ เป็นเหมือนการ preview ดูนั่นเอง

หลักการใช้งาน Peek and Pop ก็ง่ายๆ ครับ อย่างเช่นในแอพ Mail เราสามารถกดด้วยแรงที่มากกว่าปกติเล็กน้อย เพื่อ “Peek” ดูตัวอย่าง email นั้นๆ ก่อน ถ้าเราปล่อยนิ้วหน้าต่างก็จะปิดลง หรือถ้าอยากจะอ่าน email ฉบับเต็มก็แค่เพิ่มแรงในการกดลงไป

test3

ลูกเล่น Peek and Pop ไม่ได้จำกัดอยู่แค่แอพ Mail เท่านั้น แต่ใช้ได้กับแอพเกือบทุกแอพที่มาพร้อมกับเครื่องครับ เช่นแอพ Photo สามารถกดเพื่อดูรูปใหญ่ๆ ก่อนได้, แอพ iMessage สามารถพรีวิวดูลิงค์ต่างๆ ก่อนได้, แอพ Music สามารถกดดูเพลงในอัลบัม/Playlist ได้, แอพ Safari สามารถกดดูหน้าเว็บของแต่ละลิงค์ก่อนได้ นอกจากนี้แอพต่างๆ ใน App Store ก็เตรียมทยอยเพิ่มความสามารถ Peek and Pop เข้ามาด้วยเช่นกัน อย่างในตอนนี้แอพ Tweetbot, Instagram ก็รองรับความสามารถนี้แล้ว

peek

นอกจาก Peek and Pop แล้ว 3d touch ก็ยังมีลูกเล่นซ่อนอยู่อีกหลายจุด เช่นหน้า home screen เราสามารถกดเข้าไปดูเป็นเมนูลัดได้ (แต่อาจจะต้องจำกันหน่วยว่าแอพไหนมีเมนูลัดอะไรบ้าง แต่ถ้าบางแอพที่ใช้บ่อยๆ ก็น่าจะไม่มีปัญหาครับ)

Untitled-2

คีย์บอร์ดของ iPhone 6s ก็ได้ใช้งานความสามารถ 3d touch ด้วยเช่นเดียวกัน โดยเราสามารถกดลงไปที่คีย์บอร์ด เพื่อเปลี่ยนคีย์บอร์ดเป็น Trackpad เลื่อนเคอเซอร์ในการพิมพ์ได้เลย ค่อนข้างเพิ่มความสะดวกในการพิมพ์มากทีเดียว

test4

 

การสลับแอพต่างๆ ใน iPhone 6s เราสามารถใช้ 3d touch ออกแรงกดจากขอบหน้าจอได้เลยเช่นกันครับ ถ้ากดลากมากลางจอจะเป็นการเปิดหน้าสลับแอพขึ้นมา แต่ถ้าลากไปจนสุดจอก็จะเป็นการสลับไปที่แอพที่แล้วที่เปิดอยู่

ส่วนตัวแล้วค่อนข้างจะประทับใจความสามารถ 3d touch เป็นพิเศษครับ เพราะค่อนข้างจะเป็นฟังก์ชั่นที่ใช้งานได้จริงทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นการ Peek ดูหน้าต่างๆ หรือการกดคีย์บอร์ดเพื่อเลื่อนเคอร์เซอร์ สำหรับใครที่ลองใช้แรกๆ อาจจะยังไม่ชินน้ำหนักมือหรือกะจังหวะไม่ถูก แต่ถ้าได้ลองใช้ซักวันสองวันก็น่าจะคล่องแล้วหล่ะครับ

บอกเลยว่าตอนนี้ผู้เขียนติดการกด Peek ไปแล้ว ถึงแม้ว่าบางแอพจะยังไม่รองรับก็ตาม ฮ่าๆ

 

กล้องใหม่เป็นอย่างไรบ้าง?

กล้องถ่ายภาพเรียกได้เป็นเป็นอีกจุดขายนึงของ iPhone มายาวนานแล้ว ปีนี้ก็ได้มีการอัพเกรดเพิ่มความสามารถเข้ามาอีกเช่นกันครับ โดยกล้องหลังหรือกล้อง iSight ได้เพิ่มความละเอียดจาก 8 ล้านพิกเซลมาเป็น 12 ล้านพิกเซล

Processed with VSCOcam with a6 preset

เท่าที่ทดลองถ่ายแล้วเทียบกับ iPhone 6 เดิม อาจจะยังไม่ต่างกันมากแบบคนละเรื่องครับ โดยภาพจาก iPhone 6s จะได้ภาพที่เก็บรายละเอียดต่างๆ ได้ดีขึ้น ,มี contrast ที่ดีขึ้นกว่าเดิมอีกเล็กน้อย รวมถึงสามารถถ่ายในที่แสงน้อยได้ดีขึ้นพอสมควร (ข้อนี้ค่อนข้างแตกต่างจาก iPhone 6 ชัดเจน)

ส่วนโทนสีของภาพจะออกมาในสไตล์เดิมคือเน้นความสมจริง ไม่ได้มีสีที่ออกมาสดจนเกินจริงไป กล้องสามารถใช้งานได้ง่าย โฟกัสและถ่ายได้รวดเร็วเหมือน iPhone 6 ครับ

ภาพตัวอย่างที่ถ่ายจาก iPhone 6s (ไม่ได้มีการแต่งรูปเพิ่ม แค่ปรับขนาดลงมาอย่างเดียวนะครับ)

IMG_4454

IMG_4471

IMG_4479

IMG_4502

IMG_4534

IMG_4550

 

กล้องหน้าหรือกล้อง FaceTime HD ของ iPhone 6s ได้มีการปรับปรุงขึ้นมาเช่นกันจาก 1.2 ล้านขึ้นมาเป็น 5 ล้านพิกเซล ภาพที่ออกมาต่างกันจนสังเกตได้แน่นอนครับ ภาพของ iPhone 6s จะมีความสมจริงมากกว่า มีรายละเอียดต่างๆ ที่เก็บได้มากขึ้นกว่าเดิมพอสมควร งานนี้ใครชอบถ่ายเซลฟี่น่าจะถูกใจกันครับ

Processed with VSCOcam with a6 preset

ที่สำคัญเป็นครั้งแรกด้วยที่ iPhone มาพร้อมกับแฟลชด้านหน้า โดยจะใช้หน้าจอเป็นแฟลชเรียกว่า Retina Flash ซึ่งจะสว่างเป็นพิเศษกว่าหน้าจอปกติ เท่าที่ทดสอบพบว่าพอพึ่งพาได้สำหรับถ่ายคนเดียวตอนมืดๆ ครับ แต่ถ้าถ่ายระยะไกล หรือเซลฟี่เป็นกลุ่มที่ต้องยื่นไกลสุดแขน อันนี้แฟลชก็อาจจะมาไม่ถึงนะ

ตัวอย่างภาพที่ถ่ายจากกล้องหน้าครับ

IMG_4630

เปรียบเทียบตอนกลางคืนระหว่างเปิดกับไม่เปิดแฟลชด้านหน้า

IMG_4628

 

อีกอย่างที่ไม่พูดถึงไม่ได้ นั่นคือ Live Photos ลูกเล่นใหม่ที่เพิ่มเข้ามาใน iPhone 6s ครับ Live Photos จะเป็นการเก็บภาพบรรยากาศก่อนและหลังการถ่ายให้เราอย่างละ 1.5 วิ ปกติแล้วเราถ่ายรูปก็จะได้ภาพนิ่งภาพเดียวใช่ไหมครับ แต่ Live Photos จะเก็บบรรยากาศสั้นๆ เพิ่มมาในรูปให้อีกด้วย (สามารถเลือกเปิดปิดได้) ซึ่งทำให้ Gallery ของเราดูมีชีวิตชีวาขึ้นมาพอสมควร

ใน Camera Roll เมื่อเลื่อนรูปที่เป็น Live Photos จะเห็นภาพเคลื่อนไหวเล็กน้อย เราสามารถกดที่ภาพเพื่อดูบรรยากาศแบบเต็มๆ ได้ หรือจะตั้งภาพเป็น Wallpaper หน้า Lock Screen ก็ได้เช่นกัน เมื่อกดที่หน้าจอก็จะกลายเป็นภาพเคลื่อนไหวออกมา

สำหรับการถ่ายวีดีโอ ก็ได้มีการเพิ่มความละเอียดด้วยเช่นเดียวกัน โดยสามารถถ่ายวีดีโอได้ละเอียดสูงสุดถึง 4K และถ่ายแบบ Slo-mo ได้สูงสุด 1080p ที่ 120 fps

 

ชิป A9 แรงกว่าเดิมไหม?

เป็นประจำทุกปีที่ iPhone ออกรุ่นใหม่ ก็มีมาพร้อมกับชิปตัวใหม่ที่แรงขึ้นกว่าเดิมเช่นกัน สำหรับปีนี้ iPhone 6s/6s plus มาพร้อมกับชิป A9 ที่ Apple เคลมไว้ว่า CPU แรงขึ้นกว่าเดิม 70% และ GPU แรงขึ้นกว่าเดิม 90% ครับ

สำหรับการใช้งานจริง ขอแยกเป็น 2 รุ่นครับ เนื่องจาก iPhone 6s และ iPhone 6s Plus มีความละเอียดหน้าจอที่ต่างกันค่อนข้างมาก ทำให้การใช้ทรัพยากรของแต่ละเครื่องไม่เหมือนกัน

Processed with VSCOcam with a6 preset

โดยทีมงานไม่ได้ใช้ iPhone 6s เป็นหลัก แต่เท่าที่ลองทดสอบดูสั้นๆ พบว่าการใช้งานทั่วไปจะยังต่างจาก iPhone 6 เดิมไม่มากครับ (เนื่องจาก iPhone 6 เดิมก็ลื่นอยู่แล้ว) น่าจะเริ่มเห็นความต่างหลังจากที่อัพ iOS 10/11 ที่ใช้ทรัพยากรเครื่องสูงขึ้นครับ

ส่วน iPhone 6s Plus อันนี้ ค่อนข้างจะเห็นความแตกต่างพอสมควรครับ เนื่องมาจาก iPhone 6 Plus มีจอที่ละเอียดกว่า iPhone 6 มาก ทำให้การใช้งานต่างๆ อาจจะมีการหน่วงเล็กๆ หรือไม่เนียนตาเท่า iPhone 6

มาใน iPhone 6s Plus อาการต่างๆ เหล่านี้ได้หายไปหมดแล้วครับ การใช้งานต่างๆ ถือว่าลื่นไหลดีมากไม่ต่างจาก iPhone 6s เลย รวมถึงเกมต่างๆ ที่ใช้กราฟฟิคสูงๆ อย่างเช่น Need for speed No Limit ก็สามารถเล่นได้ลื่นขึ้นกว่าเดิมแบบสังเกตได้ (ของเดิมใน iPhone 6 Plus บางฉากยังมีกระตุกให้เห็น)

แรมใน iPhone 6s และ iPhone 6s Plus เพิ่มขึ้นมาจากเดิม 1 GB เป็น 2GB ทำให้การเปิดหน้าเว็บต่างๆ แบบหลายๆ แท็บทำได้ดีขึ้นด้วยครับ ของเดิมถ้าเปิดแท็บใหม่หลายแท็บ หน้าเว็บของเดิมบางหน้าจะถูกปิดไปก่อน เมื่อกลับไปดูแล้วต้องโหลดใหม่ แต่บน iPhone 6s ต่อให้เปิดหลายแท็บ หน้าเก่าๆ เมื่อกลับไปดูก็จะยังคงอยู่เช่นเดิมครับ

 

มีอะไรใหม่เพิ่มเข้ามาอีก??

อีกอย่างที่ปรับปรุงให้ดีขึ้นกว่าเดิมคือ Touch ID ครับ ตัวนี้ได้รับการพัฒนาให้ไวและแม่นยำขึ้นกว่าเดิมอย่างสัมผัสได้ ทาง Apple เคลมไว้ว่าเร็วขึ้นกว่าเดิม 2 เท่า ซึ่งเมื่อลองใช้งานจริงแล้วพบว่ามัน.. ไวมาก ไวได้อีก แค่แตะปุ่ม Home เปิดหน้าจอก็ Unlock เข้าหน้าหลักให้แล้วครับ

เร็วจนใครที่ปิดหน้าจออยู่แล้วกดปุ่ม Home เพื่อจะดูการแจ้งเตือนต่างๆ อาจจะดูไม่ทันเลยทีเดียว ซึ่งก็น่าจะถูกใจสำหรับใครที่อยากได้ Touch ID ที่เร็วขึ้นกว่าเดิมครับ

Processed with VSCOcam with a6 preset

อย่างถัดมาคือ Taptic Engine ครับ!! มันคืออะไร มันคือระบบสั่นนั่นเอง (ระบบสั่นของ iPhone ยังมีชื่อ เก๋ไหมหล่ะ) แต่เดิมระบบสั่นของ iPhone จะไม่ได้ใหญ่มาก แต่กับ iPhone 6s จะมีระบบสั่นที่ใหญ่ขึ้น รวมถึงมีความแม่นยำในการสั่นมากขึ้นกว่าเดิม สามารถสั่นแรงได้ในเสี้ยววินาที ไม่ต้องรอรอบมอเตอร์เหมือนกับระบบสั่นแต่ก่อน

เหตุผลที่ต้องใช้ Taptic Engine เพราะว่า Apple ต้องการระบบสั่นที่สามารถตอบสนองต่อแรงกดหน้าจอ 3d touch ได้อย่างรวดเร็วและเป็นธรรมชาติกว่าเดิมครับ ซึ่งเวลาเรากด peek and pop ระบบสั่นก็จะทำงานตอบสนองตามที่เรากดครับ

และสำหรับการสั่นเมื่อมีการโทรเข้าก็จะใช้ Taptic Engine ในการสั่นเช่นเดียวกัน ซึ่งจะต่างกับของเดิมเล็กน้อยตรงที่ Taptic Engine มอเตอร์จะทำงานค่อนข้างเงียบกว่าของเดิมมาก ใครที่ชอบปิดเสียง สำหรับ iPhone 6s อาจจะไม่ได้ยินเสียงสั่นอืดดด อืดดด ตอนมีคนโทรเข้านะครับ ดังนั้นถ้าเครื่องไม่อยู่กับตัวก็อย่าลืมเปิดเสียงกันด้วยนะ

 

สรุป

สำหรับ iPhone 6s ถึงแม้ว่าหน้าตาจะยังคงเหมือน iPhone 6 อยู่ แต่ในรุ่นนี้ได้เพิ่มความเร็วเครื่องที่มากขึ้น, มีกล้องถ่ายรูปที่ดีขึ้นกว่าเดิม โดยเฉพาะกล้องหน้า แถมมี Live Photos เพิ่มเข้ามา, มีหน้าจอ 3d touch แบบใหม่ที่มีลูกเล่นในการกดหน้าจอเข้ามาได้หลากหลายแบบ รวมถึงปรับปรุงจุดต่างๆ ของ iPhone เดิม

Processed with VSCOcam with a6 preset

หลังจากที่ทีมงานได้ใช้งานมา 2 อาทิตย์แล้ว คิดว่า iPhone 6s เป็นเหมือนการเติมเต็ม iPhone 6 ให้ดียิ่งขึ้น แต่ก็ยังคงเสน่ห์เดิมๆ ของ iPhone ได้อย่างไม่ขาดตกบกพร่องเลย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการใช้งานที่เร็วและลื่นไหล, กล้องถ่ายรูปที่ชัดและไว้ใจได้, ตัวเครื่องใช้วัสดุที่ดีและประกอบเนี้ยบ และการใส่ใจในลูกเล่นต่างๆ ทุกครั้งที่เพิ่มความสามารถใหม่เข้ามา ทีมงานยังสัมผัสได้ถึงสิ่งเหล่านี้ใน iPhone 6s อย่างครบถ้วน ดังนั้นใครที่ใช้ iPhone รุ่นผ่านๆ มาแล้วประทับใจ เชื่อว่า iPhone 6s ก็ไม่น่าจะทำให้ผิดหวังอีกเช่นกันครับ

แต่สำหรับใครที่ใช้ iPhone รุ่นก่อนหน้าอยู่ ลังเลว่าจะซื้อดีไหม เราอยากแนะนำประมาณนี้ครับ

iPhone 6/6 Plus : 

สำหรับใครที่ใช้ iPhone 6/6 Plus อยู่ ถ้าอยากได้เครื่องที่แรงขึ้น สำหรับ iPhone 6 Plus > iPhone 6s Plus ความเร็วจะต่างกันพอให้รู้สึกได้เลยทั้งการใช้งานและเกมหนักๆ แต่กับ iPhone 6 > iPhone 6s อาจจะยังไม่เห็นความต่างมากในตอนนี้

ด้านของกล้อง กล้องหลังโดยรวมจะไม่ต่างกันมากครับ แต่ iPhone 6s จะเก็บรายละเอียดได้ดีกว่าเล็กน้อยและถ่ายกลางคืนได้ดีกว่า ส่วนกล้องหน้า iPhone 6s ดีกว่าชัดเจน

ถ้ายังรู้สึกว่า 2 เหตุผลด้านบนยังไม่สำคัญมาก รู้สึกว่า iPhone 6 เดิมก็ยังทำหน้าที่ต่างๆ ได้ดี การใช้เครื่องเดิมต่อไปอีกซักปีทีมงานว่าก็ไม่เสียหายครับ ช่วยประหยัดเงินด้วย ยกเว้นแต่ว่าอยากได้ตัวเครื่องสีชมพู Rose Gold หรือว่าหน้าจอ 3d touch อันนี้ก็คงต้องเปลี่ยนมาเป็น iPhone 6s

iPhone 5s :

สำหรับ iPhone 5s ทีมงานว่าอยู่ในจุดคุ้มค่าที่จะเปลี่ยนแล้วครับ กับฟังก์ชั่นต่างๆ ที่เพิ่มเข้ามาไม่ว่าจะเป็นขนาดจอใหญ่ขึ้นที่ช่วยให้ทำอะไรได้หลากหลายขึ้น, เครื่องแรงขึ้นกว่าเดิม, มีลูกเล่นกล้องที่เพิ่มเข้ามาหลายอย่าง โดยรวมน่าจะให้ประสบการณ์การใช้งานใหม่ๆ เพิ่มเข้ามาได้พอสมควรเลยทีเดียว

iPhone 5 :

สำหรับใครที่เดิมใช้ iPhone 5 อยู่ จะรู้สึกถึงความต่างจากเดิมเยอะพอสมควร เช่นกล้องที่ชัดขึ้นมาก ถ่ายได้เร็วขึ้น ลูกเล่นเยอะกว่าเดิมมากทั้งกล้องหน้ากล้องหลัง, เครื่องทำงานได้เร็วกว่าเดิมทั้งการใช้งานทั่วไปและการเล่นเกมแบบสัมผัสได้แน่ๆ, มีลูกเล่นต่างๆ ที่เพิ่มเข้ามาทั้งหน้าจอ 3d touch ทั้งสแกนลายนิ้วมือด้วย Touch ID รวมถึงหน้าจอที่ขนาดใหญ่ขึ้น ดังนั้นถ้าอยากเปลี่ยนทีมงานว่าก็เปลี่ยนได้เลยครับ

iPhone 4s ลงมา :

สำหรับตั้งแต่ iPhone 4s ลงมา ตอนนี้น่าจะเป็นโอกาสดีแล้วที่จะเปลี่ยนมาใช้ iPhone เครื่องใหม่ ถึงแม้ว่าการใช้งาน iPhone 6s จะคล้ายเดิม แต่จอที่ใหญ่ขึ้นมาก, กล้องที่ดีขึ้นมาก, เครื่องเร็วขึ้นมากๆ และลูกเล่นที่เพิ่มมาอีกเยอะมากๆๆ คุ้มค่าสำหรับคนที่ไม่ชอบเปลี่ยนโทรศัพท์บ่อยๆ แน่นอน

ส่วนใครที่มองว่าอนาคต iPhone 6s จะเป็นอย่างไร ด้านการอัพ iOS แน่นอนว่า Apple จะออกรุ่นใหม่ให้อัพเดทกันอีกหลายปีแน่ๆ (ขนาด 4s ยังมาถึง iOS 9 ได้) ด้าน spec เครื่องของ iPhone 6s ก็แรงแบบเหลือๆ มาพร้อมกับแรม 2GB ดังนั้นในที่กะจะใช้ยาวๆ iPhone 6s ก็น่าจะเป็นทางเลือกที่ดีครับ

Processed with VSCOcam with a6 preset

 

แล้วถ้าซื้อ ซื้อรุ่นไหน ความจุเท่าไหร่ดี??

สำหรับใครที่ตัดสินใจว่าจะซื้อ iPhone 6s/6s Plus แน่นอนแล้ว iPhone 6s/6s Plus มาพร้อมกับขนาดจอ 2 ขนาด 3 ความจุ 4 สีให้เลือก เรื่องสีคงเป็นเรื่องของความชอบแต่ละบุคคลอยู่แล้วดังนั้นขอไม่ถูดถึง แต่ใครที่ลังเลเรื่องขนาดจออยู่ ไม่รู้ว่าจะเลือกอะไรดี ทีมงานอยากแนะนำให้ไปลองจับตัวเครื่องขนาดจริงกันก่อนครับ ทั้ง 2 ขนาดจอมีข้อดีข้อเสียที่แตกต่างกันออกไป

สำหรับ iPhone 6s ที่ขนาดจอ 4.7 นิ้ว จะมีข้อดีในเรื่องความสะดวกในการถือเช่นการใช้มือเดียว ขึ้นรถไฟฟ้า เดินถือของไปตอบข้อความไป จุดนี้จอ 4.7 ให้ความสะดวกมากกว่า รวมถึงลูกเล่นอย่างการปัดขอบจอเพื่อกลับหน้าเดิม หรือการใช้ 3d touch กดที่ขอบจอเพื่อดูแอพที่เปิดอยู่ทั้งหมดจอ 4.7 นิ้วก็ทำได้ง่ายกว่า เพราะเอื้อมนิ้วไปแตะขอบจอได้ง่าย

ส่วน iPhone 6s Plus ที่ขนาดจอ 5.5 นิ้ว จะมีข้อดีในการดูข้อมูลต่างๆ ในแต่ละแอพครับ เพราะจะสามารถเห็นข้อมูลได้เยอะกว่า, เปิดเว็บได้ใหญ่กว่า, ดูรูปดูวีดีโอได้เต็มตากว่า และสำหรับบางแอพจะมีโหมดแนวนอนที่ทำให้หน้าจอใหญ่อย่าง 5.5 นิ้วมีประโยชน์มากยิ่งขึ้น ใครที่ปกติถือมือถือ 2 มือ รุ่นนี้น่าจะตอบโจทย์ได้ดีครับ แต่อาจจะพกพาและใช้งานมือเดียวไม่สะดวกเท่า iPhone 6s

ดังนั้นจึงอยากให้ลองไปสัมผัสตัวจริงก่อน เชื่อว่าแต่ละคนน่าจะชอบขนาดจอที่แตกต่างกันครับ

Processed with VSCOcam with a6 preset

ส่วนความจุเครื่องมีให้เลือก 16GB, 64GB และ 128GB ถ้าถามว่าเลือกอะไรดี ทีมงานค่อนข้างเชียร์ให้เลือก 64GB ขึ้นไปครับ เพราะ 16GB เมื่อใช้งานจริงแล้วจะเหลือพื้นที่ประมาณ 12GB (เนื่องจากต้องเก็บพื้นที่สำหรับระบบ iOS ด้วย) เมื่อถ่ายภาพถ่ายวีดีโอไปเรื่อย ลงแอพ ลงเกม ลงเพลง ก็น่าจะเต็มได้ง่ายๆ และ iPhone นั้นไม่สามารถเปลี่ยนความจุภายหลังได้ ดังนั้นการซื้อรุ่น 64GB ขึ้นไปเลยน่าจะดีกว่ามาคอยลบนู่นลบนี่ออกเพราะเครื่องเต็มทีหลังครับ

 

การรีวิว iPhone 6s/6s Plus ก็ขอจบลงเพียบเท่านี้ หวังว่าบทความนี้จะช่วยให้ใครที่สนใจ iPhone 6s อยู่ได้ข้อมูลมากขึ้นนะครับ แล้วคราวหน้าเราจะมีอะไรมาฝาก อย่าลืมติดตามกันน้าาา ^ ^


หากมีคำถาม หรือข้อติชมใดๆ ก็สามารถแจ้งเข้ามาได้เสมอ ทาง Facebook ของ iPhone Society หรือ Twitter ที่ @iPhone_Society ครับ ทีมงานพร้อมที่จะรับฟัง และนำไปปรับปรุงการทำงานเสมอครับ

 
Scroll